อยากเสริมอึ๋ม ต้องอ่าน!!!!!! ครบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้​







สวัสดีค่ะ…หลายคนคงกำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกกันอยู่ใช่มั้ยคะ  ว่าจะทำแบบไหนดี ใส่ซิลิโคนทรงอะไรดี? ขนาดเท่าไร? แผลผ่าตัดอยู่ที่ไหน?  ใส่เหนือหรือใต้กล้ามเนื้อ? Dual planeคืออะไร? เทคนิคใหม่ ส่องกล้องช่วย ดีมั้ย?  ทำแล้วจะให้นมลูกได้มั้ย? เจ็บเหมือนรถสิบล้อทับมั้ย? ซิลิโคนอยู่ได้กี่ปี ต้องเปลี่ยนมั้ย? มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่? ความรู้สึกที่หัวนมจะเหมือนเดิมหรือไม่??

นี่เป็นคำถามที่ถูกถามกันมากที่สุด ซึ่งแอดมินพยายามรวบรวมมาให้ค่ะ….. แล้ววันนี้ ทุกคำถามจะมีคำตอบค่ะ เพราะเราได้มาสอบถามข้อมูลที่ รพ.บางมด  รพ.ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน และขึ้นชื่อว่าทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก ได้สวยมาก เป็นอันดับหนึ่งในขณะนี้ค่ะ

แอดมินได้มาขอคำแนะนำกับ นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด ค่ะ

จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามมาชมกันได้เลยค่ะ

ปัญหาส่วนใหญ่ของสาวๆ ที่มาปรึกษาเรื่องหน้าอกมีอะไรบ้างคะ?

“ปัญหาหลักๆ ของผู้หญิงเกี่ยวกับหน้าอก ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการศัลยกรรมจะมีอยู่ 4 กรณีหลักๆ ครับ

หน้าอกมีขนาดเล็กเกินไป สามารถ ทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast augmentation) ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้
หน้าอกขนาดใหญ่เกินไป สามารถ ทำศัลยกรรม ลดขนาดหน้าอก (Breast reduction) ให้มีขนาดเล็กลงได้ หรือ ตัดหน้าอกจากผู้หญิงเป็นผู้ชายได้
คนที่หน้าอกหย่อนคล้อย สามารถ ทำศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Mastopexy) ให้เนื้อหน้าอกยกกระชับขึ้น และตำแหน่งลานหัวนมอยู่สูงขึ้นได้
คนที่เคยเป็นมะเร็งเต้านม เคยตัดเต้านมมาแล้ว สามารถ เสริมสร้างเต้านมใหม่ได้
(Breast reconstruction)

แต่ปัญหาที่พบมากที่สุด โดยเฉพาะในคนเอเชีย และคนไทย ก็คือหน้าอกเล็ก ต้องการเสริมให้ใหญ่ขึ้นครับ”

คุณตุ้กตา ดารานักแสดง เสริมหน้าอก รพ.บางมด

 

การเสริมหน้าอกรูปแบบซิลิโคนมีกี่ชนิดและมีอะไรบ้าง?

“ในการเลือกซิลิโคนที่ใช้เสริมหน้าอกนั้น จะต้องเลือกอยู่ 3 อย่างครับ

เลือกรูปทรงระหว่างทรงกลมกับทรงหยดน้ำ ซึ่งทั้งสองแบบนั้นจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป โดยทรงกลมก็จะมีความนูนทั้งด้านบนและด้านล่าง ได้เนินหน้าอกด้านบนที่มากกว่า อยากใส่เสื้อสวย ดูมีเนินอกมากๆก็ต้องทรงกลม แต่ความเป็นธรรมชาติจะน้อยกว่าทรงหยดน้ำครับ    สำหรับทรงหยดนำ้ รูปทรงจะมี curveมากกว่า ด้านล่างจะนูนกว่าด้านบนคล้ายสรีระของเต้านม จึงดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ อันนี้เป็นหลักการคร่าวๆในการเลือกทรงครับ

2. เลือกผิวของซิลิโคนว่า จะเอาแบบผิวเรียบหรือผิวทราย

ผิวเรียบ ข้อดีคือ ราคาถูกกว่า ผ่าตัดใส่ได้ง่ายกว่า แต่ มีโอกาสเกิดพังผืดรัด                          (capsular  contracture) ทำให้หน้าอกแข็งได้มากกว่า  ส่วนผิวทรายจะดีกว่าผิวเรียบเพราะผิวทรายสร้างมาเพื่อกระจายแรง ทำให้เกิดพังผืดน้อยกว่า โอกาสเกิดหน้าอกแข็ง (Capsular contracture) จึงน้อยกว่า เป็นธรรมชาติกว่า แต่จะมีราคาที่สูงกว่าแบบผิวเรียบ

3. เลือกขนาด ต้องมาทำการตรวจวัดก่อนครับ ว่าไซส์ที่ควรใส่นั้นจะมีขนาดเท่าไหร่ ควรเลือกขนาดที่พอดีกับโครงสร้างร่างกายของเราครับ

คุณหมอคะ ทำไมหลายๆคน เค้าเสริมกันขนาดใหญ่ๆเลย 400,500 cc ??? ยิ่งใส่ขนาดใหญ่ ยิ่งสวย จริงหรือเปล่าคะ??

สำหรับการเสริมหน้าอกนั้น วิธีเลือกขนาดและรูปทรงที่เหมาะสม แพทย์ต้องอาศัยการตรวจวัดโดยละเอียดครับ ทั้งปริมาณเนื้อหน้าอกเดิม ความกว้าง ความยาวของโครงสร้างหน้าอก ขนาดของฐานหน้าอก
และความหนาของผิวหนังและชั้นไขมัน ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคน. ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้กำหนดขนาดเองว่า ต้องการ 300 350 400cc ครับ. ควรจะบอกแพทย์คร่าวๆว่า ต้องการขนาดประมาณ cup C cupD. หรือต้องการให้หน้าอกใหญ่ขึ้นประมาณ 2cup เป็นต้น. แล้วแพทย์จะทำการ วัด ประเมินให้ว่า ควรใส่ขนาดเท่าไรครับ เช่น คนที่มีโครงสร้างขนาดเล็ก ฐานหน้าอกแคบ และพอมีเนื้อหน้าอกอยู่บ้าง การเสริมเพียงแค่ 250-300cc. ก็สามารถทำให้ หน้าอกเพิ่มจากcupA เป็นcup C ได้อย่างพอดี และเป็นธรรมชาติครับ……

และฝากเตือนสำหรับคนที่ต้องการเสริมขนาดใหญ่มากๆครับ เพราะ การเสริมหน้าอก ด้วยซิลิโคน ขนาดที่ใหญ่มากเกินโครงสร้างของร่างกาย จะทำให้มีผลเสียหลายอย่างในระยะยาวครับ

1. น้ำหนักซิลิโคนที่มากเกิน ทำให้เกิดหน้าอกหย่อนคล้อยได้ง่าย

2. ขนาดที่ใหญ่เกินไป ทำให้ดูไม่ธรรมชาติ คลำได้ขอบวัสดุ

3. ขนาดที่ใหญ่เกินไป กระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดมารัด (capsular contracture) ทำให้หน้าอกแข็งและผิดรูปได้ง่ายในอนาคต

ดังนั้น หากต้องการเสริมหน้าอก. ควรมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวัดโดยละเอียด และเลือกขนาดที่พอเหมาะกับร่างกายของเราครับ


การศัลยกรรมเสริมหน้าอก ควรเลือกซ่อนแผลผ่าตัด ไว้ที่บริเวณใดคะ?

“ การศัลยกรรมเสริมหน้าอกนั้น สามารถเลือกแผลผ่าตัด ได้อยู่ 4 ที่ครับ คือ ที่รักแร้ , ใต้ราวนม , ลานหัวนม และที่สะดือ ซึ่งสามารถนำวัสดุเข้าไปผ่านทางแผลเหล่านี้ได้ แต่ในปัจจุบันนั้น วิธีที่นิยมที่สุดจะมีอยู่ 2 ทางคือ

1. แผลทางรักแร้ (Axillary incision) ข้อดีคือจะไม่เห็นแผลชัด แผลซ่อนตามรอยสร้อยรักแร้ แผลจะสวยกว่า โดยเฉพาะคนที่มีเนื้อนมน้อย ไม่มีเนื้อนมคล้อยลงมีปิดแผลใต้ราวนมได้ ทำทางรักแร้จะดีกว่า หรือคนที่เป็นแผลเป็นนูน (Keloid)ง่าย การซ่อนแผลทางรักแร้จะดีกว่า ซึ่งเป็นวิธีที่ดารา นักแสดง และคนส่วนมากนิยมทำกัน แต่วิธีนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ในการทำมากกว่า

2.  แผลใต้ราวนม (Inframammary incision) ข้อดีคือจะทำได้ง่าย และเจ็บน้อยกว่า แต่ระยะยาว มีโอกาสเห็นแผลเป็นได้ชัดกว่าครับ






 

มีคำพูดบอกว่า การศัลยกรรมเสริมหน้าอก เจ็บเหมือนรถสิบล้อทับ จริงๆ แล้วน่ากลัวขนาดที่เขาว่ากันไหมคะ ???

การผ่าตัดเสริมหน้าอกในสมัยก่อน (Blunt dissection technique) คือการใช้อุปกรณ์ที่เป็นโลหะหนักทำให้เกิดโพรงจึงมีการบอบช้ำของเนื้อเยื่อมากอาจจะเจ็บแบบรถสิบล้อทับได้ครับ
แต่ในปัจจุบันนี้ เทคนิคการผ่าตัดและเครื่องมือที่ใช้พัฒนาไปมาก(Sharp dissection technique) คือการใช้เครื่องมือค่อยๆผ่าตัดและหยุดเลือด (Cauterization)  ทำให้เนื้อเยื่อได้รับความบอบช้ำน้อยลง , มีการส่องกล้องช่วยผ่าตัด (Endoscopic assisted surgery) และมียาในการระงับปวดที่ดีหลังการผ่าตัด ดังนั้นปัจจุบันนี้ ไม่มีการปวดแบบรถสิบล้อทับ ไม่ต้องกลัวเรื่องความเจ็บปวดมากแล้วครับ โดยเฉลี่ยพักฟื้นเพียง1-2วัน ก็สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติครับ
 

ในกรณีที่เราทำศัลยกรรมหน้าอกไปแล้ว มีความจำเป็นที่เราต้องกลับมาเช็คกับแพทย์เพื่อเปลี่ยนทุก 10 ปีอะไรแบบนั้นไหมคะ ??

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมหน้าอกมีการพัฒนามาเรื่อยๆ หลายรุ่น หลายเกรด ตามยุคสมัยครับ หากได้รับการเสริมหน้าอกเมื่อก่อน20-30ปีที่แล้ว ควรกลับไปตรวจเช็คกับแพทย์ครับ เพราะมีโอกาสที่จะเสื่อมสภาพได้  หากมีปัญหาเช่น ซิลิโคนรั่ว แข็งมาก ไม่ได้รูปทรง ก็ควรเปลี่ยนครับ
แต่สำหรับคนที่เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนในยุคปัจจุบัน โอกาสรั่ว หรือมีปัญหาน้อยลงมาก จากการวิจัยพบว่าสามารถอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหากไม่มีปัญหาครับ FullSizeRender 



เคยได้ยินว่า การเสริมหน้าอกนั้นจะมีแบบ เสริมบนกล้ามเนื้อกับการเสริมใต้กล้ามเนื้อ มันคือยังไง อยากให้คุณหมอช่วยอธิบายหน่อยค่ะ???

การเสริมหน้าอกในอดีต จะมีการวางวัสดุอยู่ 2 แบบ คือ ใส่ไว้เหนือกล้ามเนื้อ กับใต้กล้ามเนื้อ ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันคือ

การเสริมบนกล้ามเนื้อ (Subglandular plane) แพทย์จะทำได้ง่าย ไม่ต้องเลาะกล้ามเนื้อขึ้น (pectoralis major muscle) หลังผ่าตัดจึงเจ็บน้อยกว่า และเสียเลือดน้อยกว่า แต่ข้อเสียคือ ถ้าคนไข้ผิวบางแล้วเราไปเสริมบนกล้ามเนื้อก็จะไม่มีอะไรมาคลุมวัสดุ จึงมีโอกาสคลำได้ขอบวัสดุ ความธรรมชาติก็จะน้อยกว่า และจากการศึกษาพบว่า การเสริมเหนือกล้ามเนื้อ มีโอกาสเกิดพังผืดมารัด (Capsular contracture) ทำให้หน้าอกแข็ง ผิดรูปได้มากกว่าในอนาคต

การเสริมใต้กล้ามเนื้อ (Subpectoral plane) คือการวางวัสดุไว้ใต้ต่อกล้ามเนื้อหน้าอก (pectoralis major muscle) ข้อดีคือ จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะมีกล้ามเนื้อคลุมวัสดุ โอกาสคลำได้ขอบวัสดุน้อยกว่า และโอกาสเกิดพังผืดรัด หน้าอกแข็ง (Capsular contracture)น้อยกว่า  แต่ข้อเสียคือ แพทย์ต้องทำการเลาะยกกล้ามเนื้อขึ้นมาแล้วใส่ซิลิโคนไว้ข้างใต้ หลังผ่าตัดจึงเจ็บมากกว่า เสียเลือดมากกว่า และมีโอกาสที่วัสดุจะเคลื่อนตำแหน่ง จากการบีบตัวของกล้ามเนื้อมากกว่า

แต่วิวัฒนาการทางการแพทย์ของการผ่าตัดเสริมหน้าอก ในยุคปัจจุบัน นี้มีความทันสมัยมากขึ้น จึงมีการคิดค้นวิธีการที่ รวมเอาข้อดีของ 2 วิธีข้างต้นมาผสมผสานกัน และลดปัญหาหรือ ข้อเสียของ2วิธีข้างต้น

นั่นคือ วิธีที่เรียกว่า ดูอัล เพลน (Dual Plane) และ Subfascial plane

3.  Dual plane  คือ การใส่วัสดุไว้ใน2ชั้น โดยให้กล้ามเนื้อคลุมวัสดุเฉพาะส่วนบน ทำให้ ส่วนบนของวัสดุอยู่ใต้กล้ามเนื้อ และ ส่วนล่างของวัสดุอยู่เหนือกล้ามเนื้อ

4.  Subfascial plane คือ การใส่วัสดุ อยู่ใต้เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นชั้นกึ่งกลาง ระหว่างเหนือ กับ ใต้ กล้ามเนื้อ นั่นเองครับ

Dual plane การเสริม 2ชั้น ด้านบนใต้กล้ามเนื้อ ด้านล่างเหนือกล้ามเนื้อ
และด้วยเทคนิคเฉพาะของโรงพยาบาลบางมดที่เรามีประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมหน้าอกมามากกว่า 30 ปี เราจึงจะเน้นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือ เจ็บน้อยที่สุด แผลหายเร็ว ได้หน้าอกใหม่ที่ดูสวย นุ่ม และได้รูปทรงเป็นธรรมชาติที่สุด




 

สรุปแล้ว ศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรจะเป็นยังไงคะคุณหมอ??

เอา 6 ข้อ หลักๆนะครับ ที่เรียกว่า “ผลลัพธ์ที่ดี” ของการเสริมหน้าอก  ซึ่งคนไข้ทุกคนควรจะได้รับครับ

1. ผ่าตัดอย่างปลอดภัย ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์

2. รูปทรงเป็นธรรมชาติ และขนาดพอเหมาะกับโครงสร้างหน้าอกของแต่ละคน ไม่ใหญ่มากจนเกินไป

3. ลักษณะหน้าอก2ข้างใกล้เคียงกัน (symmetry) และหน้าอกดูชิดขึ้น

4. สัมผัสแล้วนุ่มคล้ายเนื้อเต้านมจริง. ไม่แข็ง คลำไม่ได้ขอบวัสดุ

5. แผลผ่าตัดเล็ก เรียบเนียน ไม่เป็นแผลเป็นนูน

6. การผ่าตัดเจ็บน้อย บวมน้อย กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว

 คุณเกด นางแบบ เสริมหน้าอก รพ.บางมด คุณเกด นางแบบ เสริมหน้าอก โดย นพ.ธนัญชัย
 




คุณหมอคะ ดิฉันเห็น หลายๆคนทำหน้าอกมาแล้ว “หน้าอกแข็ง” แต่คนที่มาทำกับ รพ.บางมด กลับดูสวย นุ่ม เป็นธรรมชาติ หน้าอกไม่แข็ง   มันเกิดจากอะไรคะ และคุณหมอมีเคล็ดลับอย่างไรบ้างคะ ????

ทุกคนที่มาผ่าตัดเสริมหน้าอก ก็คงจะอยากให้การผ่าตัดออกมาเป็นธรรมชาติ กันใช่มั้ยครับ ผมไม่มีเคล็ดลับอะไรพิเศษ นอกจาก ทำตามหลักการแพทย์ ให้มากที่สุด ผลลัพธ์ก็จะดีที่สุดครับ  ซึ่งหลักการเสริมหน้าอกให้ สวย นุ่ม เป็นธรรมชาติ มีดังนี้ครับ

1. เลือกขนาดซิลิโคนที่พอดีกับโครงสร้างของตัวเรา หรือ เล็กกว่าโครงสร้างของเราเล็กน้อยครับ…….. อันนี้แพทย์จะตรวจวัดอย่างละเอียดและช่วยแนะนำให้ครับ เช่น คนที่ฐานหน้าอกแคบประมาณ 5 ซม. แพทย์วัดละเอียดแล้ว พอดีกับซิลิโคนขนาด 275 ซีซี  เราก็ควรเลือกขนาดประมาณ 275 ซีซี หรือน้อยกว่านั้น (250,230 ซีซี ได้ครับ) แต่ไม่ควรใหญ่เกินที่วัดและคำนวณไว้  เพราะ!!!!การใส่ขนาดที่ใหญ่กว่าโครงสร้างของเรา อาจจะดูสวยในระยะแรกๆ แต่ต่อมาจะดูไม่ธรรมชาติ หน้าอกจะเกิดพังผืดรัด แข็ง ผิดรูป ได้ง่าย คลำได้ขอบวัสดุชัดเจน การเสริมด้วยขนาดที่พอดีตัวหรือขนาดเล็กกว่า จึงดูเป็นธรรมชาติกว่าครับ

2. ซิลิโคน ทรงหยดน้ำ ดูเป็นธรรมชาติกว่า ทรงกลม   เพราะธรรมชาติหน้าอกของคนเราจะไม่ได้กลมเท่ากันหมดทั้งส่วนบนและล่างครับ ส่วนล่างจะนูนกว่า เมื่อมองจากด้านข้างจะเป็นรูปทรงคล้ายหยดน้ำ ดังนั้นหากต้องการความเป็นธรรมชาติ ให้เลือกทรงหยดน้ำครับ

3. ซิลิโคน ผิวทราย โอกาสเกิดพังผืดรัด หน้าอกแข็ง น้อยกว่า ผิวเรียบ จึงดูเป็นธรรมชาติกว่าครับ

4. ใส่ซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ จะสัมผัสแล้วเป็นธรรมชาติกว่า ใส่เหนือกล้ามเนื้อ  เนื่องจากเวลาสัมผัสจะมีกล้ามเนื้อคลุมบางส่วน ทำให้นุ่ม เป็นธรรมชาติ และโอกาสคลำได้ขอบซิลิโคนน้อยกว่าครับ

5. แผลผ่าตัดบริเวณรักแร้ ดูเป็นธรรมชาติกว่า แผลใต้ราวนม  โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยมีเนื้อนมคล้อยลงมาปิดแผลใต้ราวนม จะเห็นแผลชัดมาก ส่วนบริเวณรักแร้จะซ่อนแผลตามรอยพับของรักแร้ได้เนียนเป็นธรรมชาติกว่า

6. การดูแลหลังผ่าตัด!!! สำคัญไม่แพ้ข้ออื่นๆเลยครับ  การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังผ่าตัด  นวดหน้าอกอย่างถูกวิธี ดูแลแผลผ่าตัดไม่ให้ติดเชื้อ ไม่ให้เป็นแผลเป็นนูน

เคล็ดลับเหล่านี้ ช่วยทำให้ได้หน้าอกใหม่ที่ สวย นุ่ม เป็นธรรมชาติ ได้ครับ

เสริมหน้าอกแล้วจะสามารถให้นมลูกได้มั้ยคะ? และความรู้สึกที่หัวนมจะเหมือนเดิมหรือไม่??

การเสริมหน้าอก ไม่ว่าจะเป็นวิธี เหนือหรือใต้กล้ามเนื้อก็ตาม  ทุกวิธีจะใส่วัสดุไว้ใต้ต่อเนื้อเต้านม และท่อน้ำนม   ท่อน้ำนมไม่ได้รับการกระทบกระเทือน จึงสามารถให้นมบุตรได้ตามปกติครับ เช่นเดียวกันกับ เรื่องความรู้สึกที่บริเวณลานหัวนมหรือหัวนมครับ การเสริมหน้าอกไม่ได้มีผลกระทบต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงบริเวณหัวนม ความรู้สึกจึงเหมือนเดิม ไม่ได้ลดลงครับ

เสริมหน้าอกแล้ว มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม มากขึ้นหรือไม่?

จากการศึกษาวิจัยทั่วโลก พบว่า วัสดุซึ่งเป็นถุงซิลิโคนที่ได้มาตรฐานนั้น ไม่ใช่สารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง และไม่ได้เพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งเต้านมครับ ( คนที่เสริม กับ คนที่ไม่เสริมหน้าอก มีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านม พอๆกันครับ)

นอกจากนี้ หลังเสริมหน้าอกแล้ว เราสามารถตรวจเช็คมะเร็งเต้านม ทำ แมมโมแกรม (Mammogram) อัลตราซาวน์ (Ultrasound) เพื่อคัดกรองการเกิดมะเร็งเต้านมได้ตามปกติครับ
 

คุณหมอให้ความรู้กระจ่าง ทุกประเด็นเลยค่ะ 

แอดเข้าใจแล้วค่ะ ว่าทำไมคนถึงไว้ใจมาเสริมหน้าอกที่ รพ.บางมด กันมากมาย ทั้งดารา นักแสดง คนมีชื่อเสียงต่างๆ  ดิฉันรู้สึกได้ถึงความเป็นprofessional ของ  รพ.บางมด และคุณหมอ มากๆค่ะ

สำหรับใครที่ยังอ่านไม่จุใจ!!!!  มีคำถามเพิ่มเติม สามารถ comment มาได้นะคะ ถ้ามีโอกาส แอดจะรวบรวม มาถามคุณหมออีกค่ะ

ขอขอบคุณ คุณหมอธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด มากๆเลยค่ะ


“มั่นใจยิ่งกว่า ที่โรงพยาบาลบางมด”

ปรึกษาปัญหาความงามเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2867-0606 ต่อ 1200 , 084-456-7777 , 063-770-0968 , 062-257-5499
Facebook : http://www.facebook.com/Bangmodaestheticcenter
LINE ID : @bangmod
Instagram : bangmodaesthetic
YouTube : http://www.youtube.com/user/bangmodhos
เพิ่มเพื่อน